วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2555


ความรู้ก่อนออกเดินทางท่องเที่ยว


รูปแบบการท่องเที่ยว


กระแสการท่องเที่ยวมาแรง ช่วงปีสองปีที่ผ่านมีการจัดรูปแบบการท่องเที่ยวภายในประเทศให้หลากหลาย และน่าสัมผัสมากขึ้น เพื่อสร้างความแปลกใหม่ เปิดโลกทัศน์ พร้อมทั้งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมีความรู้สึกสนใจในเรื่องของการท่องเที่ยวมากขึ้น ลองมาดูกันสิว่ารูปแบบการท่องเที่ยวในแหล่งธรรมชาติที่นิยมจัดในประเทศไทยมีอะไรบ้าง แบบไหนที่น่าสนใจและดึงดูใจเราได้บ้าง

1. การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism ) เป็นการท่องเที่ยวในแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ และแหล่งวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่อง กับระบบนิเวศ โดยมีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้องภายใต้การจัดการสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมของท้องถิ่นเพื่อมุ้งเน้น ให้เกิดจิตสำนึกต่อการรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน..
2. การท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเล (MARINE Ecotourism ) คือ การท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบในแหล่งธรรมชาติทางทะลเที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น และแหล่งท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่องกับระบบนิเวศทางทะเล โดยมีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้องภายใต้การจัดการสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมของท้องถิ่น เพื่อให้เกิดจิตสำนึกต่อการรักษา ระบบนิเวศอย่างยั่งยืน กิจกรรมท่องเที่ยวทางทะเล อาทิ เดินป่าชมธรรมชาติ ป่าบนเกาะ ป่าชายหาด ป่าชายเลน การดำน้ำดูปะการัง
3. การท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาหรือศิลาสัญจร(LITHO TRAVEL ) หมายถึงการท่องเที่ยวในแหล่งธรรมชาติที่เป็นหินผา ลานหินทราย อุโมงโพรง ถ้ำน้ำรอด ถ้ำหินงอกหินย้อย เพื่อดูความงามภูมิทัศน์ที่มีความแปลกของ การเปลี่ยนแปลงพื้นที่โลก ศึกษาธรรมชาติของหิน ประเภทต่างๆและซากบรรพชีวินหรือฟอสซิล ได้ความรู้ มีประสบการณ์ใหม่ บนพื้นฐานการท่องเที่ยว อย่างรับผิดชอบ มีจิตสำนึกต่อการรักษาสภาพแวดล้อม โดยประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมต่อการจัดการท่องเที่ยว
4. การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ( Agotourirm ) หมายถึง การเดินทางท่องเที่ยวไปยังพื้นที่เกษตร สวนเกษตร วนเกษตร สวนสมุนไพร ฟาร์มปศุสัตว์และเลี้ยงสัตว์ เพื่อชื่นชมความงามความสำเร็จและเพลิดเพลินในสวนเกษตร ได้ความรู้ มีประการณ์ใหม่บนพื้นฐานความรับผิดชอบ มีจิตสำนึกการรักษาสภาพแวดล้อมของ สถานที่แห่งนั้น
หลักเกณฑ์การกำหนดแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
1. เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีระบบนิเวศสมบูรณ์
2. มีความพร้อมในการบริหารจัดการ มีศูนย์ศึกษาธรรมชาติ ภายในศูนย์มีอำนวยการความสะดวกเบื้องต้น มีเคาน์เตอร์บริการ ข่าวสาร มุมนิทรรศการ ห้องสุขา มุมจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มการบริหารจัดการในลักษณะเป็นเจ้าของบ้านที่ดี มีความ ปลอดภัยต่อการเดินทาง
3. มีการจัดการเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทั้งเส้นทางไปกลับทางเดิม เส้นทางเป็นแบบบวงรอบหรือวงกลม ระยะตั้งแต่ 1 กิโลเมตร ขึ้นไป
4. มีป้ายสื่อความหมายบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติเป็นระยะๆ เพื่อให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว
5. มีแผนที่และคู่มือนำเที่ยวประกอบป้ายสื่อความหมาย เพื่อให้ความรู้ต่อนักท่องเที่ยว
6. มีการกำหนดความสามารถในการรับรองพื้นที่ จำนวนนักท่องเที่ยวต่อครั้งต่อวัน
เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับการจัดการท่องเที่ยวทั้ง 4 รูปแบบ หวังว่าคงจะถูกใจชาวท่องเที่ยวอย่างเราๆ บ้างไม่มากก็น้อย


ท่องเที่ยวป่าเขา



1.สถานที่
ต้องหาข้อมูลของสถานที่นั้นให้มากที่สุด ทั้งนี้เพื่อจะได้จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เพราะแต่ละสถานที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่แตกต่างกัน
2.การแต่งกาย
ควรเป็นชุดที่ใส่สบาย คล่องตัว และใช้โทนสีที่กลมกลืนกับธรรมชาติ เช่น สีเขียวหรือสีน้ำตาล หมวกนับว่ามีประโยชน์มากในการเดินป่า หมวกที่เลือกใช้จะเป็นหมวกปีก หรือหมวกแก็ปก็ได้ เสื้อและกางเกง ควรใส่เสื้อแขนยาว เพื่อป้องกันแมลง หนาม และแสงแดด เนื้อผ้าควรเป็นชนิดที่ซับน้ำได้ดี เพื่อจะได้ดูดซับเหงื่อช่วยระบายความร้อน กางเกงควรเป็นกางเกงที่สวมสบาย เสื้อผ้าควรแบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ ชุดเดินป่า 1 ชุด และชุดนอน 1 ชุด นอกจากนั้นควรมีเสื้อแจ็กเก็ตอีก 1 ตัว และถุงเท้า เพราะในเวลากลางคืนในป่าจะมีอากาศเย็น รองเท้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และควรเป็นรองเท้าเดินป่า หุ้มส้นที่แข็งแรงและสวมใส่พอดี
3.อุปกรณ์เดินป่า
เป้หลัง ควรเลือกชนิดที่เบา มีขนาดกะทัดรัดคล่องตัว เต็นท์ ถุงนอน เปลสนาม ไฟฉาย เสื้อกันฝน มีดพก กระติกน้ำ หม้อสนาม ชุดยาสามัญ เชือก สมุดบันทึก ถุงพลาสติก ฯลฯ เตรียมให้พร้อมสำหรับการเดินป่า
  4.การเดินป่า
ก่อนออกเดินป่าควรสำรวจความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อม ดื่มน้ำให้อิ่มและเติมกระติกน้ำให้เต็ม ศึกษาจุดเริ่มต้นและจุดหมายปลายทางตลอดจนเส้นทางในการเดินป่าให้เข้าใจ เพื่อความปลอดในระหว่างเดินทาง
     การเดินป่ามีหลักดังนี้
o เดินอย่างออมกำลังไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเร่งรีบมากนัก
o ฝึกสายตาให้คุ้นเคยกับสภาพป่า
o ระหว่างที่เดินไม่ควรส่งเสียงดังจนเกินไป
o พยายามเดินตามทางเดินเท้า
o พยายามปกปิดทุกส่วนของร่างกายให้มิดชิด
o เดินแถวเรียงเดี่ยว ควรทิ้งระยะห่างกันพอสมควร แต่ต้องอยู่ในสายตาของกลุ่มตลอด
o เดินทางด้วยความเร็วสม่ำเสมอ และพักทุกๆ ชั่วโมง ครั้งละประมาณ 5-10 นาที
o ไม่ควรแยกไปเดินคนเดียวไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน ต้องมีเพื่อนไปด้วยทุกครั้ง

         
  ที่มา:  :  http://www.teawthai.com/tipsdetails.asp?id=3



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น