สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไทยนั้นมีอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะมีศักยภาพทางการท่องเที่ยวสูง ไม่ว่าจะในด้านทรัพยากรทางธรรมชาติ หรือด้านขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ก่อให้เกิดเทศกาลและงานประเพณีที่น่าสนใจตลอดทั้งปี ซึ่งสามารถเลือกไปท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล มีทั้งที่อยู่ใกล้ สามารถเดินทางไปกลับได้ในวันเดียว และสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งไกลออกไป ต้องใช้เวลาเดินทางท่องเที่ยวเที่ยวหลายวัน ตามตัวอย่างข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวของแต่ละภาคที่สามารถเลือกได้ ดังนี้
ภาคกลางและภาคตะวันออก ประกอบไปด้วยพื้นที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ไพศาล อาณาบริเวณนับแต่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ลุ่มแม่น้ำแม่กลอง ลุ่มน้ำท่าจีน และลุ่มน้ำบางปะกง พื้นที่แถบนี้อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร จึงเปรียบเสมือนอู่ข้าวอูน้ำของประเทศ สถานที่สวนใหญ่ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงนั้น ได้แก่ วัดวาอาราม พระราชวัง พิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ และหาดทราย ชายทะเลในบริเวณจังหวัดใกล้เคียง
ภาคใต้ คือดินแดนที่อยู่บริเวณด้ามขวานทองของประเทศ หากถือเอาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นจุดเริ่มแรกของด้ามขวาน เรื่อยไปจนถึงพรมแดนประเทศมาเลเซีย ภูมิประเทศเป็นทิวเขาติดต่อกันเป็นแนวยาวไปตามด้ามขวานหรือคาบสมุทร ภูมิประเทศมีชายทะเลขนาบ ๒ ด้าน คือทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามัน มีลักษณะที่แตกต่างกัน กล่าวคือ ด้านอ่าวไทยเป็นลักษณะของชายฝั่งแบบยกตัวสูงขึ้น จึงมีที่ราบชายฝั่งทะเลค่อนข้างกว้างและไม่เว้าแหว่งมาก มีหาดทรายยาวและน้ำตื้น มีสันทรายเกิดขึ้นตามชายฝั่งโดยทั่วไป ส่วนทางด้านทะเลอันดามันเป็นลักษณะของชายฝั่งแบบยุบต่ำลง ไม่ค่อยมีที่ราบ บางตอนมีทิวเขาตั้งประชิดกับฝั่งทะเล ทำให้เกิดเป็นผาชัน สถานที่ท่องเที่ยวของภาคใต้จึงมีหลากหลายลักษณะให้เลือกไปท่องเที่ยว
ภาคเหนือ มีการสั่งสมศิลปวัฒนธรรมมาช้านาน ทั้งด้านรูปธรรมและนามธรรม ก่อให้เกิดเป็นลักษณะพิเศษของงานเทศกาลประเพณี ประเพณีประจำภูมิภาคซึ่งประกอบไปด้วยทิวเขาสลับกับที่ราบระหว่างหุบเขาใหญ่น้อย ทรัพยากรการท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงมีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเป็นจำนวนมาก อากาศเย็นสบายเกือบตลอดปี เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเยือน
ภาคอีสานหรือภาตตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นภูมิภาคที่มีลักษณะเฉพาะตัว แตกต่างจากภูมิภาคอื่น ๆ ของประเทศ ทั้งลักษณะด้านกายภาพ วัฒนธรรมประเพณี และสังคม พื้นที่โดยทั่วไปทางภาคอีสานตอนบน มีเทือกเขาใหญ่น้อยรวมทั้งแอ่งน้ำต่าง ๆ มากมายตามเส้นทางของแม่น้ำโขง มีประชากรอพยพย้ายถิ่นฐานจากฝั่งซ้ายมาสู่ฝั่งขวาของแม่น้ำโขงเป็นจำนวนมาก จนเกิดเป็นชาวไทยอีสานเผ่าต่าง ๆ ที่มีวัฒนธรรมประเพณีเฉพาะเผ่าของตนเอง ส่วนภาคอีสานตอนล่าง อยู่ในบริเวณพื้นที่แถบเทือกเขาภูพานตอนล่าง มีลักษณะทั่วไปเป็นที่ราบสูง และเป็นแนวหินภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว ทรัพยากรการท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มีมากคือ สถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มีอากาศหนาวในฤดูหนาว และอากาศร้อนในฤดูร้อน
การเดินทางท่องเที่ยวในแต่ละภาคช่วงหน้าร้อน จึงมีให้เลือกเดินทางไปได้ในทุกภูมิภาค สถานที่ท่องเที่ยวในช่วงนี้ หากต้องการไปท่องเที่ยวพักผ่อนในระยะใกล้ ส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางภาคตะวันออก เช่น หาดบางแสน ซึ่งเป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงมาช้านานของจังหวัดชลบุรี ประกอบไปด้วยหาดทรายชายทะเล สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล เกาะลอยศรีราชา เกาะสีชัง สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เมืองพัทยาและเกาะล้าน ฯลฯ อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า หมู่เกาะเสม็ด หาดแม่พิมพ์ และสวนวังแก้ว จังหวัดระยอง อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง อุทยานแห่งชาติเขาคิชกูฏ หาดคุ้งวิมาน และอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี แหลมงอบ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เกาะกูด และตลาดชายแดนบ้านหาดเล็ก จังหวัดตราด ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้สามารถเดินทางไป-กลับได้ในวันเดียวหรือหลายวัน สำหรับผู้ต้องการท่องเที่ยวและพักผ่อนในช่วงฤดูร้อน
ที่มา:http://www.highlightthailand.com/
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น